ทักษะชีวิต พหุวัฒนธรรม อนุบาลบ้านคลองบางบ่อ

ทักษะชีวิต พหุวัฒนธรรม อนุบาลบ้านคลองบางบ่อ

โรงเรียนอนุบาลบ้านคลองบางบ่อ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่รายล้อมด้วยชุมชนพหุวัฒนธรรม ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม ไทยจีน  ล้อมรอบด้วยพื้นที่เกษตรกรรม สวนยาง สวนผลไม้     เด็กๆที่นี่ ต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภาพความน่ารักของเด็กๆอนุบาลที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ภายในโรงเรียนอนุบาลบ้านคลองบางบ่อจึงเกิดขึ้น ข้อดีของสังคมพุวัฒนธรรมที่ต่างกันทำให้เด็กๆที่นี่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นในการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมทักษะชีวิตวัยอนุบาล งานสวนครัว วิถีวัฒนธรรมการกินอยู่ การลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชุมชนเพื่อไปเรียนรู้สภาพชีวิตจริง และถือว่าได้เด็กๆอนุบาลในพื้นที่นี้ มีทุนของความเข้มแข็งภายในที่เกิดจากความหลากหลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่พิเศษไปกว่าพื้นที่อื่นๆ

นางสาว นิจพร ขุนเทพ หรือครูทราย เล่าถึงความภาคภูมิใจ ของการพาเด็กเรียนรู้สุ่จุดที่ลงตัวภายใต้พหุวัฒนธรรมที่เป็นอยู่แบบเปิดพื้นที่สร้างโอกาส โดยเน้นการฝึกวิชาทักษะชีวิตสร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็กๆ ผ่านกิจกรรม งานบ้าน งานสวน งานครัว ตามวิถีชุมชนที่ดำรงอยู่ ความเชื่อมั่นทำให้การเรียนรู้ของเด็กสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นความเชื่อมั่นที่ผ่านการลงมือทำจริงๆ ทำให้เด็กที่ไม่เคยกล้าพูด กล้าแสดงออก ทั้งด้านการพูด การถ่ายทอดความรู้สึก การเสนอแนวคิด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เปลี่ยนความกลัว กลายเป็นความกล้าในทางที่เหมาะสม เปลี่ยนเขินอาย กลายเป็นความมั่นใจในการสื่อสาร ทุกๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ๆ จากห้องเรียนที่เงียบเฉียบ กลับกลายมาเป็นห้องเรียนที่มีชีวิตชีวาด้วยเสียงหัวเราะ พูดคุย สนุกสนาน เฮฮา ระหว่างเด็กกับเด็ก และระหว่างเด็กกับครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูรู้สึกภูมิใจและสัมผัสถึงความสุขมาก ๆของการเป็นครูอนุบาลในวันนี้

งานครัว” พาสนุก เปิดใจ กล้าเรียนรู้

“การนำเด็กๆลงมือทำจริง ลงไปเรียนรู้กับพืชผัก ผลไม้จริงๆ   เรียนรู้กับอุปกรณ์เครื่องครัวจริงๆ เป็นสื่อเปิดความสนใจ ดึงดูดให้เด็กๆอยากเรียนรู้ อยากลงมือทำ เผยให้เห็นความสามารถเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน รวมถึงความถนัดได้ทันที ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่คุณครูจะสอดแทรกการเรียนรู้เข้าไป เด็กจะแสดงออกต่อสิ่งนั้น เราจึงรู้จักตัวตนของเด็กที่แท้จริง ทำให้ง่ายต่อการสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กแต่ละคน”   ครูทราย

ครูทรายเล่าว่า ความเงียบที่หายไป สู่รอยยิ้มที่สดใสและเสียงหัวเราะพูดคุยที่เริงร่า  ที่ได้มาจากการทำกิจกรรมงานบ้าน งานสวน งานครัว ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การทำอาหารเท่านั้น การเริ่มต้นรู้จักแหล่งที่มาของวัตถุดิบ  รู้จักการบำรุงรักษา ความเจริญเติบโตของกิ่งก้านใบ ตลอดถึงฤดูกาลธรรมชาติที่เหมาะสมของวัตถุดิบที่นำมาลงมือทำ ทั้งพืช ทั้งสัตว์ และอุปกรณ์ รวมถึงประโยชน์และคุณค่าอย่างไร ผ่านพหุวัฒนธรรมการกินอยู่ที่แตกต่างของเด็กๆโรงเรียนอนุบาลบ้านบางบ่อนั่นเอง

ลงพื้นที่ ออกสำรวจ ไปหาของจริงเพื่อการเรียนรู้

ด้วยบริบทของสถานที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของความหลายหลายในวัฒนธรรมชุมชน ความหลากหลายในวัฒนธรรมการกิน ความหลากหลายในด้านพื้นที่เกษตรกรรม ผสมผสานเร่งเร้าให้เด็กๆเกิดความสนใจอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สงสัย อยากเห็น บ้านฉันบ้านเธอ ที่เกิดจากความรู้สึกแท้ภายในตัวของเขาเอง

ฉะนั้นในทุกเมนูอาหารก่อนเด็ก ๆ ที่นี่จะลงมือทำหรือปรุงอาหาร ครูทรายจะพาเด็กๆไปรู้จักกับสิ่งต่างๆ ในพื้นที่ ไปหาสิ่งที่อยากรู้ อยากพิสูจน์ เด็ก ๆ สนใจผลไม้ ขนุน เห็ด ก็จะลงพื้นที่กันไป ก่อนที่จะทำ ซังขนุนทอด ข้าวเหนียวขนุน หรือ เห็ดชุบแป้งทอด เราจะต้องไปรู้กันตั้งแต่ที่อยู่ของ ขนุน ต้น ใบ ลูกขนุนอยู่อย่างไร อยู่บนต้นแบบไหน เด็ก ๆ ลงไปหาชุมชน มีพ่อ แม่ ครูชุมชนคอยเป็นผู้ให้ความรู้ ให้ข้อมูลเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันด้วยความเมตตา คนในชุมชนรักเด็ก ๆ เด็ก ก็รู้สึกปลอดภัย

โรงเรียนบ้านคลองบางบ่อแห่งนี้ ชุมชนให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีตลอดมา การเรียนรู้ผ่านพื้นที่จริง การลงมือทำจริงๆ ทำให้เด็กมีความมั่นใจ มีจินตนาการ มีความรู้ และที่สำคัญได้ฝึกทักษะที่เพิ่มขึ้น

บนแรงเหนี่ยวนำของพื้นที่พหุวัฒนธรรม เด็กๆ ที่นี่จึงมีพื้นฐานทักษะชีวิตที่เข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือและทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งเกิดจากวิถีวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่  สังคมโรงเรียนจึงสานต่อสิ่งนี้ ต่อยอดการอยู่ร่วมกันกับกลุ่มเพื่อนที่หลากหลาย การอยู่ร่วมกันอย่างหลอมรวมในสังคมห้องเรียน ทำให้เด็กๆ ได้ออกไปดำเนินชีวิตตัวเองในระดับสังคมชุมชนได้อย่างมีสุข ความมั่นใจและมีความสามัคคี

ภาพวาดเล่าเรื่องเครื่องมือสะท้อนการเรียนรู้อนุบาล

เด็ก ๆ ที่นี่วาดภาพเก่ง มาก ๆ  ครูทรายใช้เทคนิควิธีการสรุปความรู้ที่เกิดขึ้นจากตัวเด็ก ผ่านการให้เด็ก วาดภาพเล่าเรื่อง สะท้อนการเรียนรู้  ทำให้ครูรู้จักเด็ก เป็นพื้นฐานของการมองเด็กให้ออก ว่า เขาสนใจและเรียนรู้สิ่งใดภายในใจ

“มองแววตา ความตั้งใจ เมื่อเด็กจรดดินสอที่กระดาษ เขาคิดและถามตัวเองอยู่ค่ะว่า เขาประทับใจสิ่งใด เขาประมวลออกมาเป็นภาพได้ เรารู้สึกว่าเราสำเร็จ เด็กบางคนพูดน้อย ไม่สื่อสาร แต่เขากลับแสดงออกมาที่ภาพ และ ภาพวาดนำเขากล้าเล่าและบอกเราว่า ชอบ หรือ รู้สึกอย่างไร ทำให้เราอ่านใจเด็กของเราได้” ครูทราย

ครูทรายเล่าว่า หากจะสรุปความรู้สำหรับเด็ก ๆ วัยอนุบาล ครูใช้วิธีการวาดสิ่งที่เรียนรู้ ความประทับใจ จากกิจกรรมที่เราได้ลงมือทำกันมา ครูต้อง รู้ไปให้ลึก อ่านใจเด็กให้ออก และช่องทางของภาพวาดจากเด็กนั้น เป็นช่องทางการสื่อสารให้เราได้รู้จักเด็ก เป็นการฝึกการสื่อสารให้กับเด็ก  แต่ก็ไม่ใช่ทุกภาพที่เราจะเข้าใจ เราจึงต้องอาศัยการพูดคุยแบบเป็นกันเอง แต่ซ่อนการตั้งคำถาม ครูต้องเป็นนักตั้งคำถาม ด้วยการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติเป็นกันเอง โดยไม่ให้เด็กรู้ตัว  ซึ่งคำถามเพื่อเป็นการต่อยอดความรู้แฝงอยู่ด้วย

กระบวนการเหล่านี้ ทำให้ เด็ก ๆ กล้าพูด กล้าตอบ กล้าบอกความรู้สึกนึกคิด และท้ายสุดเด็กๆจะ สื่อสารสิ่งที่คิดออกมาเป็นประโยค เป็นวลีคำพูด  ทุกอย่างจะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับภาพถือเป็นการสื่อสารแทนคำพูดได้อย่างน่าสนใจ พอนำไปประกอบกับการพูดสื่อสารออกมาของเด็กๆ ก็ยิ่งทำให้การสื่อความหมายของภาพนั้น ๆ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ที่นี่นอกเหนือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่มีหัวใจของเด็กเป็นผู้ลงมือทำแล้ว ฐานพลังชุมชนพหุวัฒนธรรมเป็นตัวเคลื่อนขับหนุนเสริมกระตุ้นความสนใจให้การฝึกหรือกระบวนการเพิ่มทักษะในโลกของการเรียนรู้ให้กับเด็กๆของคุณครูเปิดกว้างออกไปอีก นำไปสู่การสร้างพลังการเรียนรู้ภายใต้โลกในสังคมมุมเปิด ซึ่งมีวิถีชีวิตจริงเป็นฐานพุ่งไปสู่หมุดหมายแห่งความสำเร็จของอนุบาลบ้านคลองบางบ่อ โรงเรียนที่ผสานความสุขร่วม ทั้งชีวิต วัฒนธรรม การเรียนรู้  เคียงคู่ไปกับรากฐานของชุมชนอย่างแท้จริง

Arrow