พัฒนาครูแบบเพลินพัฒนา

พัฒนาครูแบบเพลินพัฒนา

” ชีวิตผมเป็นหนี้บ้านเมือง ประเทศชาติ บรรพชนที่สร้างบ้านเมืองมา ”   ครูปาด – ศีลวัต ศุษิลวรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนเพลินพัฒนา  บอกกับเราอย่างจริงจังว่าการที่ตนเองทำงานอยู่ทุกวันนี้ เพราะมีความคิด ความเชื่อว่าต้องการทำงานการศึกษาเพื่อบ้านเมือง  เป็นสำนึกต่อชาติบ้านเมืองที่เป็นวาระส่วนตัวของคุณครูคนหนึ่งที่ทุ่มเทชีวิตให้การพัฒนาการศึกษาของชาติมาตลอด 24 ปี

ปัจจุบันครูปาด ดูแลรับผิดชอบงานวิชาการของโรงเรียนเพลินพัฒนาในช่วงชั้นอนุบาล และช่วงชั้นประถมต้น – ปลาย  ครูปาดเป็นผู้บริหารที่ทำหน้าที่ครูของครู ดูแลงานด้านการพัฒนาวิชาการและพัฒนาครู  ซึ่งเป็นงานหัวใจสำคัญของการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็ก   โดยโรงเรียนเพลินพัฒนาให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ปฐมวัยมาก  จึงมีทีมคณะผู้บริหารโดยเฉพาะมาดูแลเรื่องการพัฒนาช่วงชั้นอนุบาล

ในปีการศึกษาที่ผ่านมา  ครูปาดตั้งเป้าหมายในการพัฒนาครูของช่วงชั้นอนุบาล  ทั้งในการสร้างทีมงานในหลายระดับ ทั้งทีมพัฒนาช่วงชั้น ทีมส่งเสริมพัฒนาการ และทีมครูอนุบาลอาสาสมัคร เป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ลงมือช่วยกันออกแบบพัฒนาเป็นห้องเรียนนำร่อง  โดยทีมครูทั้งหมดจะช่วยกันทำงานเป็นทีมใหญ่เพื่อการสร้างระบบ PLC ที่ผสมผสานระหว่าง Lesson Study + OLE และการดูแลไม่ให้เด็กถูกทอดทิ้ง No child left behind หรือที่เรียกว่าปฏิบัติการไร้ผู้ถูกทอดทิ้ง

“ช่วงชั้นอนุบาลของโรงเรียนเพลินพัฒนา เราสามารถบอกได้ว่าเราทำเรื่องการสำรวจพัฒนาการนักเรียนอนุบาลทุกคนด้วยเครื่องมือคือ แบบคัดกรองพัฒนาตามช่วงวัยDenver Test II  โดยใช้ครูผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการได้รับอนุญาต เข้ามาเป็นผู้วัดประเมิน เพื่อช่วยฟื้นฟู ซ่อมเสริมให้กับเด็กที่มีพัฒนาการที่อาจจะมีปัญหา ทำให้เราสามารถตั้งเป้าหมายได้ว่าเด็กทุกคนที่มีพัฒนาการน่าสงสัยจะได้รับการซ่อมเสริมให้เสร็จภายใน 1 ปี”

 

พัฒนาครูไปบนหน้างานจริง

เมื่อทีมคณะทำงานพัฒนาช่วงชั้นอนุบาลมีการพูดคุย ทบทวนกันเรื่องคุณลักษณะเด่นของเด็กอนุบาลที่โรงเรียนเพลินพัฒนาตั้งเป้าไว้ และนำไปสู่การวางแนวทางการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงชั้นอนุบาล ตามเป้าหมายใหญ่ของการพัฒนาช่วงชั้นอนุบาล โดยที่ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ และแน่นอนว่าการพัฒนาครูเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการลงมือทำงาน

ครูปาดบอกว่าการพัฒนาครูนั้นไม่ว่าจะพัฒนาครูในระดับไหนก็ตาม เป็นเรื่องที่ใช้หลักการเดียวกันคือการพัฒนาครูไปบนหน้างานจริง

“ การพัฒนาครูไปบนหน้างานจริงเป็นหัวใจที่เพลินพัฒนาให้ความสำคัญ ทำอย่างพิถีพิถัน การพัฒนาบนหน้างานจริงนั้นต้องมี 2 ด้านใหญ่ ๆ คือ การทำให้เด็กพัฒนาไปตามเป้าหมายใหญ่ที่เราต้องการ  และทำให้ครูพัฒนาไปตามเป้าหมายที่เราต้องการด้วย หน้างานของการพัฒนาครู เรียกว่าระบบหลักสูตรการเรียนการสอนและการประเมินผล (OLE) หัวใจการทำงานของผมอยู่ที่นี่ คือการมีระบบ OLE ที่ดีและต่อเนื่อง  คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญเหนืออื่นใด  โดยเฉพาะในเรื่องของการประเมินผล (Evaluation)  ที่เป็นเรื่องยากของครูอยู่แล้ว  ”

ครูปาดให้ความเข้าใจเรื่องนี้เพิ่มเติม  “ ระบบ OLE ที่ครบวงจรก็คือระบบ PDCA ( Plan/ Do/Check/Act) อยู่ในตัว ซึ่งจะทำให้เด็กบรรลุเป้าหมายในการเรียนรู้ และยังทำให้ครูเรียนรู้อย่างเป็นวงจรการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ( spiral)ต่อจากนั้นผมก็สร้างทีมครูอนุบาล เป็นครูจิตอาสาที่เข้ามามีส่วนร่วม ทำงานไปด้วยกัน โดยเริ่มสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนที่ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ทำให้มีเป้าหมายและกระบวนการเรียนรู้ การประเมินผลที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กปฐมวัย ”

 

5 มิติของมุมมองในการพัฒนาเด็กอนุบาล

การออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ของเด็กอนุบาลในความเห็นของครูปาดนั้น เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งคือการวัดและประเมินการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่บนความเข้าใจของครูและโรงเรียนที่แตกต่างและหลากหลาย เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าการจัดการเรียนรู้ของเด็กอนุบาล ไม่ควรมีการประเมินการเรียนรู้ เพราะการประเมินผลที่ยึดหลักการประเมินแบบเก่า จะทำให้การเรียนรู้สะดุดและทำให้เด็กอนุบาลถูกจับจ้องมากเกินไป ขาดความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการการประเมินการเรียนรู้ของเด็กเล็ก

ในขณะที่อนุบาลเพลินพัฒนาวางแนวทางการประเมินการเรียนรู้ของเด็กไว้ อาทิ การจัดประสบการณ์ให้เด็กผ่านกิจกรรมต่างๆ จะมีการระบุเกณฑ์เพื่อสังเกตุเด็กรายบุคคลว่าบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ในแต่ละครั้งหรือไม่ ครูบันทึกพฤติกรรมและคำพูดที่สะท้อนการเรียนรู้ตามเกณฑ์หรือที่พบเห็นเพิ่มเติม หากพบว่าเด็กเรียนรู้ไม่ได้ตามเป้าหมายที่ระบุไว้ ครูจะเข้าช่วยเหลือหลายระดับ รายบุคคล เช่น การจัดกิจกรรมเสริม และยังมีจัดทำ Portfolio ของเด็ก รายบุคคล ทุกภาคเรียน อีกทั้งเด็กทุกคนได้รับการสํารวจพัฒนาการโดยแบบคัดกรองพัฒนาการตามช่วงวัย Denver II นําบันทึกข้อมูลการติดตามพัฒนาการของเด็กรายบุคคล มาสรุปประมวล เป็นประเมินผลเด็กรายบุคคลในภาคเรียนต่อไป

ครูปาดเล่าถึงการจัดการเรียนการสอนช่วงชั้นอนุบาลของเพลินพัฒนา มีมุมมองใน 5 มิติ คือ สุขภาวะและพัฒนาการ 4 ด้าน สมรรถนะ Self สมอง และคุณลักษณะ เป็นการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม Holistic Learning บนเป้าหมายของการที่เด็กจะเข้าใจความจริงของธรรมชาติและมนุษย์ การเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน ความแตกต่างหลากหลาย มองอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา รวมไปถึงการเห็นความงามในความจริง จิตใจที่ดีงาม ประณีต

“ คุณลักษณะเด่นของเด็กอนุบาลที่โรงเรียนเพลินพัฒนาตั้งเป้าไว้ก็คือ เป็นเด็กที่มีพัฒนาการสมบูรณ์ สมวัย ร่าเริง แจ่มใส มีความสุข มีตัวตนที่เห็นคุณค่าในตัวเอง Self พึ่งตนเองเป็น เป็นตัวของตัวเอง รักการเรียนรู้ และพร้อมเรียนรู้ มีความเป็นเจ้าของและตั้งมั่นในการเรียนรู้ มีวินัย มีความเพียร”

124

สำหรับแนวทางการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงชั้นอนุบาลของเพลินพัฒนานั้นมีแนวคิดในการบูรณาการความรู้อย่างเป็นองค์รวม ทั้ง Head Hand และ Heart อาทิ การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การทำเป็นกิจวัตร Daily Routine การทำงานร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยผสานหลากหลาย แนวคิด และยึดหลักของการพัฒนาตามช่วงวัย เพื่อพัฒนาศักยภาพสูงสุดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อที่เด็กจะเป็นเจ้าของการเรียนรู้ และเรียนรู้อย่างมีความสุข

จากหลักการและแนวทางทั้งหมด  คุณครูอนุบาลนำมาออกแบบการจัดประสบการณ์และสภาพแวดล้อมให้เด็กอนุบาลได้พบประสบการณ์ที่หลากหลาย อาทิ การฝึกชีวิตกิจวัตรประจำวัน  เรียนรู้ผ่านการเล่น การทำงานร่วมกัน การให้เด็กได้รับโอกาสในลองผิด ลองถูก เลือก ตัดสินใจ วางแผน ลงมือทำด้วยตนเองจนสำเร็จ จนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตน  หรือการที่ครูให้โจทย์/งานที่หลากหลาย เป็นโจทย์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง มีความท้าทาย หรืออาจเป็นโจทย์ที่เด็กสร้างด้วยตนเอง ต้องมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์  และเด็ก ๆ ยังได้สะท้อนความรู้สึก ทบทวนประสบการณ์เพื่อประเมินตนเอง ฯลฯ

สำหรับสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ครูออกแบบให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้และซึมซับ ความดี ความงาม ความจริง มองทั้งในส่วนของครูที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีความมั่นคง มีสายตาในการพัฒนาสมอง EF และมีวินัยเชิงบวก ไปจนถึงการออกแบบบรรยากาศการเรียนรู้ให้ปลอดภัย ตื่นตัวแต่ผ่อนคลาย อบอุ่น และมีพื้นที่การเรียนรู้ (Learning space) ที่เป็นระเบียบ ส่งเสริมการเรียนรู้ สะอาดปลอดภัย มีขนาดพื้นที่เหมาะสมกับจำนวนเด็ก และเรื่องสุดท้ายคือมีสื่อการเรียนรู้ที่รองรับพัฒนาการของเด็ก ตรงตามเป้าหมายการเรียนรู้ และมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน

10804

ครูกุลธิรัตน์  พันธ์สิริเดช (ครูหนู) ครูฝ่ายวิชาการ  หนึ่งในคุณครูในทีมวิชาการที่เข้ามาช่วยดูแลการพัฒนาช่วงชั้นอนุบาลครั้งนี้  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการพัฒนาช่วงชั้นอนุบาลของโรงเรียนเพลินพัฒนาที่ทำอยู่ว่า

“ กระบวนการพัฒนาที่กำลังทำอยู่ ได้เริ่มต้นในหลายเรื่องแล้ว เป้าหมายใหญ่ที่ทีมเราตั้งไว้ ก็คืออยากให้เด็กอนุบาลเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นเจ้าของการเรียนรู้จริงๆ สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้ พร้อมที่จะยืดหยุ่น พร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองในสถานการณ์ต่าง ๆ  ไปถึง อาจเรียกกระบวนการเรียนรู้นี้ว่าเป็นลักษณะของ Project-based แต่อยู่บนศักยภาพของเด็กอนุบาล  ซึ่งฟังดูเหมือนยาก แต่จริง ๆ แล้ว เด็กเล็กเขายังไม่รู้อะไรเลย เขาจะตื่นตาตื่นใจในสิ่งที่เขาเรียนรู้ ในการทำโครงงาน  ถ้าครูสามารถขับเคลื่อนเด็กด้วยกระบวนการ Project-based ก็จะทำให้เด็กมี Life long learning ในที่สุด  แต่ก่อนที่เด็กจะไปถึงตรงนั้นได้ เด็กต้องกล้าที่จะเลือก ตัดสินใจ  และสื่อสารความต้องการตรงนี้ออกมาได้ ”

ครูหนูเล่าว่าครูอนุบาลเพลินพัฒนามีโอกาสไปเรียนรู้จากโรงเรียนอื่น ๆ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ จิตตเมตต์ บ้านรัก ไปสังเกตการณ์ห้องเรียนไปหาจุดดี จุดเด่นของแต่ละโรงเรียน อย่างเช่น ครูไปเรียนรู้ที่โรงเรียนเกษมพิทยา ไปเรียนรู้เรื่อง Plan Do Review แล้วนำมาถอดบทเรียน นำมาปรับกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือเอามาทำให้สิ่งที่เพลินพัฒนามีอยู่แล้วให้ชัดเจนขึ้น เช่น การปรับกิจกรรมรับอรุณในตอนเช้า โดยการเอาดนตรีเล่นสดมาให้เด็ก ๆ ฟัง ไม่ใช่ฟังจากเสียงสังเคราะห์ เพื่อพัฒนาคุณภาพของประสาทสัมผัส การฟังนิทานยามเช้าก็มีระบบมากขึ้น หรือมีกิจกรรม Sensory Intregation และกิจกรรมอื่น ๆ ให้เด็ก ๆ เลือกได้ และมีการจัด Free Day เพิ่มในทุกวันศุกร์ ฯลฯ

 

Visible Learning ในการเรียนรู้ของเด็กอนุบาล

เมื่อเราชวนครูหนูคุยเรื่องของ Visible Learning ในการเรียนรู้ของเด็กอนุบาลเพลินพัฒนา ในฐานะที่ครูหนูเป็นครูฝ่ายวิชาการ ครูหนูมีมุมมองเรื่องนี้อย่างไร และครูเพลินพัฒนามีสายตาในเรื่องนี้อย่างไร

“ ในการที่เด็กทำโปรเจค เป็นสิ่งที่ทำให้ครูมีโอกาสเห็นและทำให้เด็กเห็น ดังนั้น Visible Learning คือ การที่ครูต้องสร้างโอกาสเพื่อเห็น เห็นว่าเด็กคนหนึ่งทำอะไรได้  ถ้าครูไม่สร้างโอกาสขึ้นมา ครูจะไม่มีโอกาสเห็น ครูจะได้แค่บังเอิญเห็น  บังเอิญรู้ ซึ่งบางครั้งอาจจะบังเอิญ บางครั้งอาจจะไม่บังเอิญ แต่ถ้าเราสร้างโอกาสในการมองเห็นอยู่เสมอ แสดงว่าเราจะได้เห็นในสิ่งที่เราต้องการเห็น มองเห็นการเรียนรู้ของเด็กได้ชัดเจนขึ้น ”

ยกตัวอย่างเช่น ในภาคเรียนนี้ในทุกแผนการสอนจะมีการระบุเกณฑ์การประเมินไว้ชัดเจน ครูมีการระบุว่าครูจะสังเกตุการเรียนรู้ในตัวเด็กตรงไหน สังเกตุเรื่องอะไร เมื่อไหร่ แล้วครูจะต้องตั้งสายตาดูว่าเด็กทำได้หรือทำไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ เกิดขึ้นเพราะอะไร ครูต้องพยายามแก้ไขก่อน หากแก้ไขไม่ได้ ก็จะมีทีมครูอื่นลงไปช่วย พาเด็กไปฝึกเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นเรื่องของการทำ Formative Assessment นั่นเอง

การเรียนรู้ของเด็กอนุบาลจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แค่การไปโรงเรียนไปวัน ๆ เด็ก ๆ อนุบาลของโรงเรียนเพลินพัฒนามีการเรียนรู้ที่เรียกว่าเป็นการเรียนรู้และเติบโตแบบเพลินพัฒนา สนุก..ในวัยอนุบาลและเติบโตเต็มศักยภาพแห่งวัย มีความความสุข ความเบิกบาน ความมั่นคงทางจิตใจ รองรับการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นต่อไป และเป็นพื้นฐานที่ดีงามตั้งแต่เยาว์วัย

Arrow