ฤดูกาลแห่งธรรมชาติ เปิดโลกจินตนาการ วัยอนุบาล

ฤดูกาลแห่งธรรมชาติ เปิดโลกจินตนาการ วัยอนุบาล

อนุบาลมณีวรรณวิทยา เป็นโรงเรียนที่ถูกขนาบด้วยพื้นที่เขตอุตสาหกรรม และชุมชนเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงในมิติทางการพัฒนา สังคม เศรษฐกิจ และสภาพสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ชีวิตผู้คนมีการแข่งขันสูง ไม่ต่างจากสภาพสังคมเมืองหลวงมากนัก แต่อีกด้านที่นี่ล้อมรอบไปด้วยฐานนิเวศน์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา และทะเล ครูอนุบาลเด็กเล็กที่นี่ เล่าถึงความรู้สึกว่า ถึงแม้ที่นี่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การพัฒนาในเชิงสังคมจะปรับเปลี่ยนอย่างไร หรือรวดเร็วเพียงใด แต่เราก็อยู่ภายใต้ความจริงข้อหนึ่งคือ ความจริงด้านฤดูกาลของธรรมชาติ และเราเชื่อเสมอในการเรียนรู้โดยใช้ธรรมชาติเป็นสื่อ เพื่อให้เด็กได้สัมผัสและรู้จักกับธรรมชาติก่อน เพื่อนำไปสู่การดำเนินชีวิตบนโลกความจริงที่มีธรรมชาติเป็นครูและตัวกำหนด

ยิ่งเด็กๆ ที่นี่อยู่ใกล้กับความเปลี่ยนแปลง  พวกเขาก็ต้องรู้จักกับธรรมชาติและฝึกที่จะดูแลตัวเองให้เป็น  โดยอาศัยการใช้ทักษะชีวิตผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติที่มีอย่างจำกัด โดยคุณครูตั้งเป้าหมายการเรียนรู้บนวิถีธรรมชาติกับตัวเราเป็นสำคัญ   พาเด็กๆออกไปเห็นและสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ รอบตัว เปิดพื้นที่ความสนใจของเด็ก ๆ ด้วยโลกของกีฎ แมลงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในช่วงฤดูกาลทางธรรมชาติมาเรียนรู้ โลดแล่นไปตามจินตนาการ พาให้เด็ก ๆ สนุก ตื่นเต้น เกิดความอยากเรียนรู้ และรู้จัก เข้าใจธรรมชาติ โดยใช้โลกของธรรมชาติ โลกของแมลงเป็นสื่ออันแสนสนุก

ทำอย่างไรให้เด็กสนุกและอยากเรียน

สื่อธรรมชาติ” เปิดหู เปิดตา พาใจเรียนรู้

ฉะนั้นด้วยข้อจำกัดในด้านต่างๆ อาทิ พื้นที่ สภาพแวดล้อม การนำธรรมชาติเข้าสู่ห้องเรียนเพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้จึงเป็นเรื่องที่คุณครูที่นี่ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยใช้วิธีการจัดบรรยากาศของห้องเรียนอนุบาลให้เอื้อต่อการเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติ โดยจัดให้มีมุมเรียนรู้จำลองฤดูกาลทางธรรมชาติให้เด็กๆได้เห็นได้เรียนรู้จริงๆด้วยตนเอง เช่น เรื่องก้อนเมฆ เม็ดฝน และการจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตนเองในฤดูกาลนั้นๆ เช่น ฤดูฝน อาทิ เสื้อกันฝน ร่ม รองเท้าบูทกันน้ำ เพื่อการดูแลป้องกันสุขภาพตัวเอง โดยอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ เด็กๆได้เรียนรู้การใช้จริง เด็กจึงมีความสนุกที่ได้พาตัวเองไปทดลอง

การเตรียมสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในช่วงฤดูกาล สภาพแวดล้อม ตลอดจนทรัพยากรด้านอาหารการกินในช่วงฤดูนั้น ๆ เด็กจะเชื่อมโยงสิ่งใกล้ตัว ทำให้รู้ว่า เด็กเข้าใจได้ง่าย และใช้ชีวิตได้จริง อีกด้านก่อให้เกิดความสัมพันธ์และความไว้วางใจระหว่างคุณครูกับเด็กๆมีมากขึ้น นำไปสู่การต่อยอดในการเรียนรู้ของเด็กๆในลำดับต่อๆไปได้ง่ายมากขึ้นเพราะเด็กๆเขารู้สึกสนุก

การพาเด็กๆออกสำรวจธรรมชาติสิ่งแวดล้อมภายนอกห้องเรียนในพื้นที่รอบรั้วโรงเรียน สร้างโลกการเรียนรู้และโลกของจินตนาการ รวมถึงความเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง
เด็กๆและคุณครู เด็กๆเตรียมพร้อม ฐาน ใจ-กาย ที่จะซึมซับเรื่องราวต่างๆ ผ่านโลกธรรมชาติที่คุณครูจะพาไปเจอะเจอนอกห้องเรียน เรียนอะไร เรียนอย่างไร และมีเป้าหมายอย่างไร…. ครูเจนเล่าว่า โจทย์การพาเด็กๆสังเกตสำคัญมาก ๆ สำหรับเด็กอนุบาล สังเกตแบบสัมผัส แสงแดด ท้องฟ้า ก้อนเมฆ อากาศ สายลม…โดยทุก ๆ ครั้งที่ออกไปสัมผัส ครูจะต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเอง เป็นเพื่อนร่วมทางและค่อยตั้งคำถาม

นอกห้องเรียน มี “แม่ครู” เป็นนักตั้งคำถาม เปิดพลังการเรียนรู้

ครูเจน และ ครูนก บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เราจะไม่สอน การไม่สอนคือการสอน เพราะการสอนเป็นการไปจำกัดความคิดและจินตนาการของเด็ก เราจะปล่อยอิสระให้เด็กได้ไปพบเจอสิ่งต่างๆด้วยตัวเขาเอง โดยที่เราเดินไปพร้อมๆ กับเด็ก แต่ตลอดเส้นทางการเรียนรู้กิจกรรมสำรวจนั้น ๆ เราเป็นผู้ตั้งคำถาม ถามไปให้รู้ถึงความรู้สึกของเด็ก”

ถามอย่างไร…เชื่อมโยงความรู้

ครูเจน และ ครูนก เล่าว่า เราต้องเข้าไปสัมผัสความสนุกของเด็กให้เจอ ฟังเด็ก ๆ พูดออกมา เขาจะพูดในสิ่งที่รู้และอยากรู้ เราฟังและคิดตาม เด็กพูดและทำท่าแมลงต่างๆ นั้นคือสิ่งที่เขาเข้าใจ เราจึงต้องทำความเข้าใจ และ ตั้งคำถามให้เขาได้คิด “….แล้วแมลงปอ ที่เด็ก ๆ เห็น มีกี่ขา เด็ก ๆ วาดออกมาให้ครูดูหน่อย ได้ไหม”

ขณะที่คำตอบจะออกมาจากเด็ก ทำให้เรารับรู้และสามารถพาเชื่อมโยง เรื่องคณิตศาสตร์ ได้เลย เด็กๆ กำลังจะเรียนรู้เรื่อง จำนวน การนับ ผ่านการตั้งคำถามของครู เรียนรู้ผ่านการเห็น ผ่านการสังเกต ในครั้งต่อ ๆ ไป

ไม่ว่าคำตอบจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญคือ เด็กๆ เขากำลังเรียนรู้ ครูเจนเชื่อมั่น และให้ความสำคัญกับสิ่งที่ก่อเกิดจากความสนใจของเด็ก ๆ จะทำให้เขาไม่ล้มเลิกจะไปหาคำตอบ

ครูเจนยังบอกอีกว่า เช้าของวันหนึ่งเด็ก ๆ จับหนอนมาให้ มาวางไว้บนโต๊ะ (หัวเราะ) ตกใจ และ ก็สนุกไปกับเขา เพราะเขาสนใจจริงๆ และอยากบอกว่า หนอนมีกี่ขา พยายามจะนับ นับจากของจริง อันนี้ชีวิตจริงที่ได้สัมผัส  เด็ก ๆ หลายคนสนใจแมลงต่างๆ หลากหลายมาก ๆ บางชนิด บางชื่อ เด็กไปถามจากพ่อแม่ ไปหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อกลับมาเล่าให้ครูฟัง เด็กบอกลักษณะที่อยู่ที่อาศัยได้   คุณครูหลายท่านอาจจะกังวล เรื่องความรู้ และหากมองไปให้ลึก ๆ ครูนกเล่าว่า เรื่องราวมากมายที่เด็กได้เรียนรู้  จากแมลงและที่อยู่อาศัยของแมลง เช่น เรื่องสีต่างๆ รูปร่าง  รูปทรง  เช่นจาก กิ่งไม้ ท่อนไม้  ได้เรื่องความยาว ลักษณะ ขนาด

หากเราสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า เด็ก ๆ  เอาท่อนไม้มาเล่น เพราะเราเตรียมสื่อที่เป็นธรรมชาติมาไว้ในมุมเล่นอิสระ  เด็ก ๆพาตัวเองสู่จินตนาการ  ด้วยการสร้างบ้านจำลองให้แมลงที่ตัวเองชอบและสนใจ ทำบ้านท่อนไม้ให้แมลงได้เกาะ เด็กเข้าไปรู้สึกว่าตัวเองเป็นแมลงตัวนั้น สิ่งที่เด็กสร้างออกมาเป็นจินตนาการที่ล้ำค่า  สิ่งเหล่านี้ คือ ความสร้างสรรค์ มากกว่าเพียงความรู้อย่างเดียว

จิตนาการสร้างสรรค์  ปูพื้นฐานให้เด็กเป็นนักสร้างการเรียนรู้ผ่านจินตนาการและมีทักษะความรู้ความเข้าใจเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับธรรมชาติรอบตัวบนความเป็นจริงอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติได้มากขึ้น

ธรรมชาติคือครูของครู และธรรมชาติคือสวนสนุกในจินตนาการของเด็กๆ มันคือสื่อให้เปล่า ที่ถูกสร้างโดยธรรมชาติให้ครูได้นำมาพัฒนาเด็กๆอย่างที่โรงเรียนอนุบาลมณีวรรณวิทยาเป็นอยู่ในปัจจุบันบนข้อจำกัดแต่ธรรมชาติไม่เคยจำกัด ประตูการเรียนรู้นั้นเปิดอยู่ตลอดเวลาในธรรมชาติรอบตัวเราเอง

Arrow