สร้างสุข เรียนสนุก กับโลกธรรมชาติ อนุบาลบ้านสมานมิตร

สร้างสุข เรียนสนุก กับโลกธรรมชาติ อนุบาลบ้านสมานมิตร

เพราะเชื่อว่า ความสุขและความสนุก นำพาให้หัวใจเปิดรับโลกของการเรียนรู้ และเป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเกิดการบ่มเพาะโลกของจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ และเชื่อว่าพลังของจินตนาการสำคัญยิ่งต่อเด็กๆช่วงวัยอนุบาล พื้นที่แห่งความสุขย่อมส่งผลให้หัวใจและความรู้สึกของเด็กๆได้โบยบินสร้างจินตนาการอย่างอิสระ โดยผ่านความเชื่อมั่นต่อฤดูกาลธรรมชาติของคุณครูอนุบาล โรงเรียนบ้านสมานมิตร  จึงเกิดการนำพาเด็กๆออกท่องสู่โลกกว้างท่ามกลางห้องเรียนธรรมชาติ   ทุกเช้ายามแดดอุ่นๆที่ลานทรายใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าอาคาร  เด็กๆอนุบาลบ้านสมานมิตร ร่วมออกมาสร้างจินตนาการ ผ่านฤดูกาล เพื่อการเรียนรู้ที่ลานทรายแห่งนี้กัน

คุณครูจูน ศศินา แก้วมา และ คุณครูฟาง โสภิตา สมนึก เป็นผู้คอยเปิดช่วงเวลาแห่งจิตนาการให้กับเด็กๆ ที่มากมายด้วยความหมายซ่อนอยู่ใต้การเรียนรู้เรื่องจำนวนนับ โดยใช้ธรรมชาติ ฤดูกาลเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงไปสู่สิ่งที่เด็ก ๆสนใจ โดยให้ชื่อการเรียนรู้นี้ว่า หน่วยนับ จินตนาการ ผ่านฤดูกาล ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

ห้องเรียนความสุข

ครูจูน เล่าถึง การเปิดประตูนำเด็กๆออกสู่ห้องเรียนแห่งความสุขนี่ว่า การเรียนรู้นอกห้องเรียนทำให้ครูและเด็กเรียนรู้ไปพร้อมกัน สิ่งใหม่ที่พบ มีทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และความตื่นตัวของเด็กๆตลอดเวลาในทุกๆครั้ง ซึ่งทั้งครูและเด็ก ติดเครื่องมือสำคัญไปด้วย ก็คือ การรับฟังกัน เมื่อครูฟัง เด็กก็ฟังครู ต่างมีความสนใจกันและกัน เกิดการปฎิสัมพันธ์การพูดคุยไปตลอดเส้นทาง ส่วนครูจะมีเป้าหมายในทุกๆช่วงจังหวะเวลา ผ่านการสังเกตเห็นความสนุก บนโลกการได้เรียนรู้ของเด็กๆ ทั้งเกิดความสงสัย เกิดคำถามขณะทำกิจกรรมนั้นๆ สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ ที่เด็กๆแสดงออกมา ทั้งพูดทั้งถาม ทั้งสงสัย คือสิ่งที่เขากำลังสนใจและอยากเรียนรู้นั่นเอง

“แล้วอะไรคือเป้าหมายของครู” จากการพาเรียนรู้ เพราะครูรู้อยู่แล้วซึ่งเป้าหมายในการสอดแทรกเพื่อนำเด็กสู่การเรียนรู้ครั้งนี้…_? นั่นคือการนับจำนวน ตัวเลข ผ่านกิจกรรมบูรณาการกับการรู้จักธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ครูจูนสร้างการพูดคุยแบบคล้ายๆว่าจะเป็นโจทย์หรือข้อตกลงคุยกับเด็กๆ จากความสนใจเพื่อโยงไปสู่การเรียนรู้

“พาเรียนรู้และตั้งคำถาม ฟังคำตอบ กลับมาบันทึกการเรียนรู้ของเด็ก เราไม่ได้คาดคั้นเพื่อให้เด็กต้องรู้ เราต้องวางใจมาก ๆ แล้วเด็กจะพูดออกมาเอง เราต้องคุยเหมือนเป็นเพื่อนของเด็ก”

การออกสำรวจ-สังเกต เปิดหัวใจการใฝ่รู้

ครูจูน เปิดความสนใจด้วยธรรมชาติ สำรวจ ก้อนหิน ใบไม้ เด็ก ๆ ทายซิ ครูมีก้อนหินกี่ก้อน และ อยู่ในมือข้างไหน เด็กก็จะเกิดข้อสังเกต จินตนาการ และการคาดเดา แย่งกันตอบและจะคว้ามือครูมาดู ครูรีบวางอุบายว่า ใครว่ามือซ้ายให้มายืนฝั่งมือซ้าย ใครว่าอยู่มือขวาให้ออกมายืนทางฝั่งมือขวา และครูก็ค่อย ๆ คลายมือออก สังเกตว่าเด็กๆที่ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ทุกคนต่างเพ็งมองอย่างสนใจ การทายถูกหรือทายไม่ถูกไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่เพื่อแบ่งเด็กให้ได้สลับกันสัมผัสก้อนหินของครู เด็กๆ ได้จดจ่ออยู่กับวัสดุธรรมชาติที่เรียกว่า “ก้อนหิน” และได้รู้จักว่าก้อนหินมีลักษณะอย่างไร

คำถาม พาสำรวจความรู้สึก เรียนรู้ของจริง

ครู ถามขณะที่แต่ละกลุ่มได้สัมผัสก้อนหิน ว่า เจ้าก้อนหิน มีลักษณะอย่างไร สีอะไร พื้นผิวเป็นอย่างไร แข็งหรือนิ่ม หนักหรือเบา ก่อนที่ทุกคนจะได้ออกไปเก็บก้อนหินและใบไม้ ให้ได้เท่ากับจำนวนที่ตนเองชอบ ชอบตัวเลขอะไรก็เก็บมาตามจำนวนตัวเลขที่ชอบ โดยครูก็ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กๆจะหยิบมาตรงกับจำนวนที่ตนเองชอบหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณครูได้ออกแบบกิจกรรมด้วยการเขียนตัวเลขด้วยชอล์กไว้ที่พื้น ให้เด็ก ๆ เลือกตัวเลขที่ชอบ ไปยืนที่ตัวเลขนั้นๆ เด็ก ๆ พูดสื่อสารได้ สนุกกับตัวเลข แล้วจึงจะมาถึงการพิสูจน์กันถึงความสามารถ และความสุขก็เริ่มขึ้น

รู้จักธรรมชาติ เรียนรู้การนับจำนวน

เด็ก ๆ ต่าง ออกเดินไปหาใบไม้และก้อนหิน เท่ากับจำนวนตัวเลขที่เลือก ที่ชอบ ความมุ่งมั่นตั้งใจเต็มเปี่ยม เพราะเป็นสิ่งที่ตนเองชอบและสนใจกับเจ้าตัวเลขนั้น ๆบวกกับความสุขและความสนุกในกิจกรรม เพราะทั้งนับ ทั้งวิ่งหาใบไม้และก้อนหินให้ได้ตามจำนวนที่ตนเองชอบ ทั้งเฮฮา สนุกสนาน

วิชาใบไม้&ก้อนหินแปลงร่าง

คุณครูพาทุกคนนั่งล้อมวงกลม นำทั้งก้อนหินและใบไม้ของตนเองวางไว้ตรงหน้า ครูให้เวลานับใบไม้ของตัวเองว่าได้มาตรงกับตัวเลขที่เลือกหรือไม่ ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก ๆ จดจ่อ มีสมาธิ และ นับจำนวนเป็น รู้ถึงความหมายของจำนวนตัวเลข บางคนได้มาพอดี บางคนได้มามากกว่าจำนวนที่เลือก บางคนได้มาน้อยกว่าที่เลือก จำนวนตัวเลขทั้งมากกว่าและน้อยกว่า หรือตรงกับจำนวนที่ชอบ ก่อเกิดความเข้าใจ ซึ่งเป็นจังหวะที่ครูเข้าไปแนะนำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

จากนั้น จินตนาการของเด็ก ๆ ก็เบ่งบานอีกครั้ง เมื่อ ครูให้โจทย์ต่อยอดต่อไปว่า แล้วเราจะใช้ก้อนหินและใบไม้ของเราสร้างเป็นอะไรกันดี เด็ก ๆ ต่างๆ พูดความคิด ผ่านจินตนาการของตนเองออกมาหลากหลาย เช่น ผีเสื้อ หุ่นยนต์ ทางรถไฟ อุโมงค์ ขนมปัง ขนมครก พิซซ่า ฯลฯ เด็ก ๆไม่รีรอ ลงมือแปลงร่างใบไม้และก้อนหินไปตามจินตนาการทันที บนผืนทราย

คุณครูจูน เล่าถึง การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากตัวเด็กว่า เด็ก ๆ กลับไปเขียนตัวเลขต่าง ๆ เอง มีความสนใจขึ้นเอง แบบไม่ต้องมาจากการบังคับให้เขียน เห็นได้ชัดโดยเฉพาะพี่อนุบาล 3

“….เพราะเราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเด็ก จึงเชื่อว่า ธรรมชาติ บูรณาการ จิตนาการ เปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็กได้อย่างไม่มีขีดจำกัด โดยครูต้องฟังและเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ด้วยความสุข”

Arrow