โลก “ปฐมวัย” แววตาภายใน คือ ประตูแห่งการเรียนรู้

“ปฐมวัย” ประตูแห่งโอกาสทองของการพัฒนาประเทศ 

ประตูแห่งโอกาสที่ถูกเปิดขึ้นใน ช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงเวลานาทีทองที่เหมาะแก่การช่วงชิงส่งเสริมพัฒนาการในทุกมิติรอบด้าน ” ครูปฐมวัยหัวใจใหม่ “ จึงไม่ใช่เป็นเพียงคุณครูผู้ทำหน้าที่ครูพี่เลี้ยงที่คอยเฝ้าเลี้ยงดู เฝ้าระวัง มอบความรักความอบอุ่นแก่เด็กเท่านั้น แต่ต้องเป็นทั้งครู ทั้งพ่อแม่ที่มีหัวใจและทักษะพิเศษ มีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้ง มองผ่านหัวใจและแววตา จิตวิญญาณ ความสนใจถอดออกมาได้ แล้วนำมาใช้เชื่อมต่อโลกของการเรียนรู้ก้าวต่อไปของเด็ก ๆ หรือ เรียกว่า การมองเห็นการเรียนรู้ผ่านแววตาของเด็ก (Learning Visibility) โดยไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาอันสำคัญนี้เลยผ่านไป

ด้วยการใช้เครื่องมือวิธีการจัดการเรียนรู้ ด้วยแผนกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีและเหมาะสมกับสถานการณ์ให้กับเด็ก สอดรับกับความใฝ่รู้อันเกิดขึ้นในขณะนั้นๆ ของได้อย่างเป็นไปตามธรรมชาติ

แววตาภายใน คือ ประตูแห่งการเรียนรู้

สวนดอกไม้ห้องเรียนแปลงผัก ของเด็กชั้นอนุบาล โรงเรียนวัดตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โรงเรียนพื้นที่โครงการวิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดระยอง ท่ามกลางห้วงเวลาเก้าโมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงบรรยากาศอันแสนเบิกบานของเด็ก ๆ ชั้นอนุบาล 1 และ อนุบาล 2 ได้ออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียน บนพื้นที่สวนดอกไม้และแปลงผัก

เด็ก ๆ และคุณครูโอ๊ตและครูมะเหมี่ยว พากันเดินเขย่งเท้า เงียบเสียง ก้าวย่างอย่างเบาๆ และค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ พื้นที่แปลงดอกไม้และแปลงผักของโรงเรียน คุณครูโอ๊ตบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะก้าวเท้าไปพร้อมไปกับเด็กๆว่า “เรามาเยี่ยมบ้านของผีเสื้อและแมลงกัน และถ้าเราเงียบเสียง แล้วค่อย ๆ หันมองสำรวจไปรอบ ๆ เด็ก ๆ จะได้เห็นแมลงมากมาย แต่ถ้าเด็กๆส่งเสียงดังแมลงก็จะบินหนีไป”

 ภาพผีเสื้อหลากสีสัน ขยับปีกอันบางเบา ขณะกำลังดูดกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ เป็นภาพธรรมชาติที่เด็กและคุณครูได้สัมผัสมองเห็นด้วยตาของตัวเองไปพร้อมๆ กัน การเรียนรู้ต่างก็เกิดขึ้นทั้งเด็กและคุณครูทันที

 “ผีเสื้อกำลังกินน้ำหวาน เหมือนที่เรากินน้ำ” เสียงเล็ก ๆ เล็ดลอดออกมา เด็กคนหนึ่งกำลังเชื่อมโยงสิ่งที่ตนเองเห็นกับตัวเอง

ครูโอ๊ต จึงใช้ช่วงจังหวะนี้ถามเด็ก ๆ ไปว่า เด็กอยากรู้จักดอกไม้ที่ผีเสื้อไปกินน้ำหวานไหม ? และ เด็ก ๆ คนไหนรู้จักชื่อดอกไม้ในสวนนี้บ้าง ? คำถามที่ใช้ในการเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ ถูกคิด ถูกตระเตรียมและถูกตั้งขึ้นจากแววตาภายในของเด็กๆ ที่กำลังส่องประกายความอยากรู้ พร้อมให้คุณครูเปิดประตูใจไขกุญแจจูงมือเข้าสู่ห้องเรียนห้องรู้ ห้องถัดไป ซึ่งสภาวการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสวนดอกไม้และแปลงผักที่เป็นธรรมชาติ

สัมผัสสัมพันธ์คือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง

เราฟังความรู้สึกนึกคิดของเด็กผ่านสายตาและภาษาพูด เด็ก ๆ ทุกคนอยู่ในบรรยากาศ แล้วมีเด็กคนหนึ่งพูดออกมาเป็นประโยค เรื่อง น้ำหวานจากดอกไม้ เราจึงหยิบความสนใจนั้นให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ต่อด้วยการตั้งคำถามถึงชนิดของดอกไม้ที่มีในสวนนี้ ทำให้เด็ก ๆ ได้ลงมือสำรวจและสัมผัสกับดอกไม้นานาชนิด” คุณครูประภัสสร สมาน (ครูโอ๊ต)

ประตูบานใหม่คุณครูพาเด็ก ๆ ออกสำรวจดอกไม้ในสวน บนบรรยากาศการเรียนรู้ที่แสนสนุก ตื่นเต้นและท้าทาย เป็นการเรียนรู้ใหม่ที่ถูกกำหนดจากแววตาภายในและความสนใจใคร่รู้ของเด็ก ๆ เอง สะท้อนออกมาโดยคุณครูเป็นผู้ทำหน้าที่ถอดการเรียนรู้ของเด็กให้ออก ให้จับต้องได้

ดอกไม้หลากชนิดถูกพูดถึงเมื่อเด็ก ๆ ได้สัมผัสดอกไม้จริง เห็นลักษณะสีสัน ชื่อ และประโยชน์ของเจ้าดอกไม้แต่ละชนิดด้วยการที่ครู ค่อย ๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน การเรียนรู้ของจริง สถานที่จริง สิ่งแวดล้อมที่เป็นจริง ทำให้จิตใจเด็ก ๆ จดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น ๆ เกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นภายใน เป็นการเรียนรู้ที่มีชีวิต บนพื้นที่ที่มีชีวิต และโดยครูผู้มีแบบเรียนปัญญาชีวิตอันแท้จริงซึ่งได้จากเด็ก ๆ นั่นเองมาเป็นองค์ความรู้ เพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างเชื่อมโยงและเป็นอิสระ

หัวใจสำคัญของบรรยากาศการเรียนรู้ที่น่าสนใจและเป็นธรรมชาติ ครูโอ๊ต (คุณครูประภัสสร สมาน) ครูมะเหมี่ยว (คุณครูศญามล กวนชัยภูมิ) ครูแอร์ (คุณครูสุนิสา มาสุข) และ ครูวาว (คุณครูกนกมณี สุขอนันต์) คุณครูอนุบาล โรงเรียนวัดตาขัน ทั้ง 4 ท่าน  ได้ให้สัมภาษณ์ถึงหัวใจสำคัญของแผนกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ถูกคิดและตระเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าอย่างสอดคล้องกับสภาวการณ์ของเด็ก ๆ เพื่อพร้อมที่จะนำมาใช้ในห้วงเวลานั้นๆ ตลอดถึงทักษะต่างๆ ที่หลากหลายในตัวครูที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง ทั้งความรู้สึกภายในจิตใจตัวเอง ก่อนจะร่วมกันวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กๆอนุบาล ไว้อย่างน่าสนใจว่า

การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

ช่วงนี้เป็นฤดูฝน เราพาเด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องฤดูกาล ซึ่งพื้นที่นอกห้องเรียนเป็นสื่อการเรียนรู้ของจริงที่สำคัญ เราพาเรียนสัมผัส อากาศ สายลม แสงแดด พาดูท้องฟ้า ก้อนเมฆ พาเดินสัมผัสดิน ผืนหญ้า สังเกตสิ่งรอบตัว เช่น ต้นไม้ ใบหญ้า แมลงนานาชนิด เราจะเห็นแมลงมากมาย นางเอกของชั่วโมงนี้ คือ เจ้าผีเสื้อที่

สำหรับเบื้องหลังการเตรียมแผนกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมไปด้วยเนื้อหาสาระที่ครบด้าน ภายใต้ การจัดการเรียนรู้แบบเป็น ธีมฤดูกาล เด็กเล็กเรียนรู้เรื่อง ฤดูกาล ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ตลอดปีการศึกษา เปิดภาคเรียนนี้ต้อนรับกันด้วยฤดูฝน เด็ก ๆ เรียนเรื่องฤดูฝนซึ่งสอดคล้องกับสภาพจริง โดยมีการจัดเตรียมให้เด็ก ๆ ได้เรียนหลากหลาย เช่น สภาพอากาศ ปรากฏการณ์ การดูแลตัวเอง อุปกรณ์ป้องกันฝน โรคที่มากับหน้าฝน ประโยชน์และโทษของฤดูฝน เรื่องราวของการเรียนรู้ก็จะละเอียดและง่าย เช่น เรียนรู้เรื่องอากาศ แสงแดด สายลม เงา เด็ก ๆ รู้จักความพลังร้อนจากแสงพระอาทิตย์ รู้จักแสงเงาจากการเล่นกับเงาผ่านการใช้ร่างกายของตนเอง ทุก ๆ กิจกรรมการเรียนรู้เน้นให้เด็ก ๆ ไปเรียนรู้ของจริง เด็กจะได้ทักษะต่าง ๆ เชื่อมโยงกรอบสาระวิชาปฐมวัยอย่างครบถ้วนและลึกซึ้ง

การฟังเด็กอย่างลึกซึ้งคือหัวใจของครูปฐมวัย

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ภายในใจครู    

ครูต้องมีความละเอียดลึกซึ้ง การสังเกต การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening)  การ สัมผัสรู้ในความรู้สึกนึกคิดของเด็กจากสิ่งที่เด็กเป็น ด้วยสติ และการสนทนา เป็นผู้ เข้าใจภาษาที่เด็กสื่อสารอย่างไม่ตัดสิน เพราะการประมวลสิ่งที่เด็กรู้ออกมาผ่าน คำพูดการสื่อสารเป็นความรู้ที่มีอยู่ในตัวเด็ก ซึ่งเป็นช่วงโอกาสที่เด็กพร้อมที่จะเปิดประตูสู่การเรียนรู้ของโลกปฐมวัยบานต่อ ๆ ไป

“เพราะโลกของการเรียนรู้มีประตูหลากหลายบาน”

Arrow